คนสัญชาติไทยที่ยื่นขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาจะต้องตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียของตนให้เป็นสาธารณะ (public)
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น (expanded screening) ที่นำมาใช้โดย US Department of State
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ตามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ
ภายใต้นโยบายใหม่นี้ ผู้สมัครวีซ่าประเภทคนต่างด้าวชั่วคราว (nonimmigrant visa) ในกลุ่มที่กว้างขึ้น
จะต้องอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการใช้งานออนไลน์ของตนได้
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดกรอง (vetting process)
โดยกลุ่มวีซ่าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
วีซ่าประเภท A-3, C-3 (สำหรับลูกจ้างในบ้าน), G-5, H-3 และผู้ติดตาม H-4, วีซ่าประเภท K (K-1, K-2, K-3) รวมถึงวีซ่าประเภท Q, R, S, T และ U
มาตรการตรวจสอบที่ขยายเพิ่มเติมนี้ เป็นการเพิ่มจากข้อกำหนดเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งใช้กับผู้ถือวีซ่า H-1B และผู้ติดตาม รวมถึงผู้สมัครวีซ่าประเภท F, M และ J ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้การตรวจสอบในลักษณะเดียวกัน
เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการดังกล่าว ผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดจะถูกแนะนำให้ปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีโซเชียลมีเดียของตนให้เป็น “สาธารณะ” หรือ “เปิด” เพื่อให้ทางการสหรัฐฯ สามารถตรวจสอบกิจกรรมออนไลน์ได้
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า จะใช้ข้อมูลทุกแหล่งที่มีอยู่ในการพิจารณาวีซ่า เพื่อระบุผู้สมัครที่อาจไม่มีสิทธิ์เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติหรือความปลอดภัยสาธารณะ
“การพิจารณาวีซ่าทุกกรณีถือเป็นการตัดสินใจด้านความมั่นคงแห่งชาติ”
โดยกระทรวงฯ เน้นย้ำว่าผู้สมัครจะต้องแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่เหมาะสม และเจตนาที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของการพำนักในสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่เพิ่มเติมว่า วีซ่าสหรัฐอเมริกาถือเป็น “สิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิ” (a privilege, not a right)
ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด

